Showing posts with label ข่าวเด็ด. Show all posts
Showing posts with label ข่าวเด็ด. Show all posts

ในหลวงพระราชทานพรและส.ค.ส.ปีใหม่ 2559

01 ม.ค. 2559 เวลา 08:08 น.



ในหลวงพระราชทานพรให้ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พร้อมพระราชทานส.ค.ส.ปี59เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ฉลองพระองค์มีรูปคุณทองแดง



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรให้ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2559 ความว่า 


"ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆคน ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนาความสุขความเจริญนี้แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความสมหวังและผิดหวังเป็นปรกติธรรมดา ทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมกายให้พร้อม อย่าประมาท ในปีใหม่นี้จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้รักษาและสร้างเสริมสุขภาพของตนให้สมบูรณ์ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ จักได้สามารถนำพาตนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ อันไม่พึงประสงค์ จนบรรลุถึงความสุขความเจริญ และความสำเร็จได้ ดั่งที่ตั้งใจปรารถนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน ส.ค.ส. ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2559 ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า พรพระราชทานว่า "ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ"



ด้านบนของ ส.ค.ส.มีขอความว่า "สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙" พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีม่วง มีตราพระมหาภิไชยมงกุฏ และผอบทองประดับ ด้านล่างของภาพมีรูปลิง สัญลักษณ์ปีนักษัตรปีวอกสีฟ้า มีข้อความภาษาไทยพิมพ์ด้วยอักษรสีเขียวว่า "ขอจงมีความสุขความเจริญ" และข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเหลืองว่า "Happy New Year" ด้านล่างของ ส.ค.ส.มีแถบสีฟ้ามุมด้านล่างซ้ายมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 311502 ธ.ค.2558 มุมด้านขวามีข้อความว่า "มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา ๒๕๕๘" กรอบของ ส.ค.ส.พระราชทานฉบับนี้เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านละ 2 แถว รวม 396 หน้า ทุกใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม


Source: truelife.

สาวสุดงง !!! กลับมาบ้านเจอโจรงัดบ้าน จับโจรมือเปล่า พอตำรวจทราบความจริงบางอย่างถึงกับฮากันทั้งโรงพัก

13 ธ.ค. 58 10:00 น.


เมื่อเวลา 12.30 น (11 ธ.ค.) ร.ต.อ ดิษฐ วิทยา สภ. เมืองยโสธร ได้ควบคุมตัว น.ส.เวียงแก้ว อายุ 28 ปี มาสอบสวน หลังจากได้รับแจ้งจากนางจำปา อายุ 44 ปี ว่าถูก น.ส.เวียงแก้วบุกบ้านปล้นทรัพย์สินในช่วงที่ไม่มีใครอยู่

นางจำปา เล่าว่า ตัวเองได้ทำการปลุกปล้ำต่อสู้ กับ น.ส.เวียงแก้ว ภายในบ้าน หลังจากปิดบ้านไปทำธุระภายในเมืองกับสามี กลับมาได้ยินเสียงผิดปกติ ว่ามีใครภายในบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านยังปิดล็อคกุญแจภายนอกอย่างแน่นหนา เปิดกุญแจบ้านออกก็ยังมีล็อคภายใน แสดงว่ามีขโมยแน่

ตนจึงงัดบ้านเข้าไปพร้อมกับสามี พบ น.ส. เวียงแก้ว กำลังค้นหาของมีค่าภายในบ้าน ตัวเองจึงได้ต่อสู้กับคนร้าย อาศัยที่ตัวใหญ่แรงเยอะกว่า ก็เลยจับน.ส.เวียงแก้วได้ ค้นในตัว พบมีดบังตอสับหมู 1 เล่ม สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น แหวนทอง 2 วง

นางจำปา เผยอีกว่า ดีใจมากที่ได้สร้อยและแหวนของตนเองกลับคืนมา ส่วนที่ตัวเองได้ต่อสู้กับคนร้ายนั้น เพราะไม่ทราบว่าคนร้ายพกมีดบังตอสับหมูมาด้วย พอรู้ว่าอีกฝ่ายมีอาวุธก็ตกใจมาก เพราะเป็นคนต่อสู้กับคนร้ายเอง ส่วนสามียืนคุมเชิงดู สุดท้ายตนก็ล็อคคอคนร้ายได้สำเร็จ ทำเอาตำรวจอดขำไม่ได้

จากการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบ ว่า น.ส.เวียงแก้ว เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์ มาไม่ถึงปี โดยใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ เที่ยวก่อเหตุลักทร้พย์ในตอนกลางวัน ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดยโสธร และ อำเภอคำเขื่อนแก้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับได้สักที สุดท้ายมาจนมุมที่บ้านหลังนี้เพราะเจ้าทรัพย์ล็อคคอไว้ได้


Source: siamupdate

ยังจำกันได้ไหม !! ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญบริจาคเงินล้านให้วัดไร่ขิง จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก มาดูกันว่าปัจจุบันลุงเอี่ยมมีชีวิตเป็นอย่างไรบ้างแล้ว!!! (มีคลิป)

13 ธ.ค. 58 16:57 น.


กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ เดือนมีนาคม ปี 2557 มีข่าวสร้างความฮือฮาทั้งในและต่างประเทศ เมื่อชายพิการนามว่า ลุงเอี่ยม ซึ่งอาศัยวัดไร่ขิงเป็นที่หลับนอน ได้ขนเงินสดก้อนโตจำนวน 2 ล้านบาท ซื้อดอกบัวถวายหลวงพ่อวัดไร่ขิงในงานประจำปี เพื่อนำเงินไปบูรณะซ่อมแซมวัด ถือเป็นเงินจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ลุงเอี่ยมบริจาคให้วัดแห่งนี้ พร้อมตั้งเป้าหมายไว้ว่า หากปี 2558 สามารถรวบรวมเงินบริจาคได้ถึง 3 ล้านบาท จะถวายให้วัดทั้งหมด




Source: siamupdate

หัวใจแม่สลาย!!! เมื่อแม่ต้องนอนกอดศพหอมแก้มลูกชาย ที่จากไปแบบไม่มีวันกลับ ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้!!!

25 พ.ย.58 05:55 น.


กลายเป็นเรื่องสุดรันทดใจของผู้ที่ได้พบเห็น เมื่อมีการเผยแพร่ภาพแม่ซึ่งนอนกอดศพลูกชายร้องไห้ โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 พ.ย. 58 พ.ต.ท.เนรมิตร นนสะเกตุ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายและเสียชีวิต ที่ฟ้าใสสัตวแพทย์ ตั้งอยู่เลขที่ 796/9 หมู่ 2 ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จึงพร้อมด้วย นพ.เขตไท สายปิ่น แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคายและหน่วยกู้ภัยประจักษ์ รุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุ พบเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น โดยที่ชั้น 2 มีร่างของ นายสิทธินันท์ มากสุวรรณ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 4 ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย ลูกชายเจ้าของร้าน สวมกางเกงนอนขาสั้นสีลายฟ้าขาว ไม่สวมเสื้อ นอนอยู่ที่พื้นบ้าน โดยมีนางภัสสร มากสุวรรณ ผู้เป็นแม่นั่งกอดศพหอมแก้ม  ใบหน้าลูกชายด้วยความอาลัยอาวรณ์และร้องไห้ตลอดเวลาปริ่มว่าจะขาดใจตาย ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชม.

นางภัสสร  มากสุวรรณ ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยน้ำตาที่นองหน้า ว่า ตอนเช้าวันนี้ตนและสามีออกไปทำงานตามปกติ โดยลูกชายตนยังนอนอยู่บนชั้น 2 และวันนี้ลูกชายตนบอกว่าจะไปสอบทำใบขับขี่รถยนต์แต่ไม่เห็นตนจึงกลับมาที่ร้านเพื่อปลุกลูกชาย เมื่อขึ้นไปบนห้องนอนก็ไม่เห็นอยู่ในห้องนอน จึงเดินไปที่ระเบียงหลังบ้านก็พบว่าลูกชายตนใช้เชือกจูงสุนัขสีฟ้าผูกคอตัวเองกับคานหลังคากันสาดระเบียงชั้น 2 ตนจึงแจ้งสามีและรีบนำเชือกที่รัดคอลูกชายออก แต่ไม่ทันการณ์ ลูกชายได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว

จากการสอบสวนแฟนสาวของผู้ตาย บอกว่า ตนทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางในห้างแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย  และต้องเลิกงานดึก ทำให้นายสิทธินันท์ มักจะระแวงว่าตนจะกลับไปหาแฟนเก่า มักชวนทะเลาะและบอกว่าน้อยใจที่ตนไม่ค่อยมีเวลาให้  ก่อนเหตุเกิด เวลาประมาณ 02.00 น. วันเดียวกัน นายสิทธินันท์ได้ส่งข้อความทางไลน์มาหาตนในทำนองตัดพ้อและประชดว่าจะตายซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงมอบศพให้ครอบครัวและญาติพี่น้องนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Source: http://cliphotkhaohit.com/news-details.php?item=7804

ชาวบ้านเดือด!!! หลังจากที่ได้เห็นรูปกลุ่มบิ๊กไบค์จอดกันกลางสี่แยกทางหลัก โดยอ้างว่าหลงทางเลยต้องจอดรอกันแบบนี้!!!

22 พ.ย.58 14:52 น.



กลายเป็นเรื่องที่คนออกมาวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อ เพจเพื่อพังงา น่าอยู่ ได้มีการแชร์รูปรถบิ๊กไบค์เกือบ 20 คัน จอดอยู่กลางเส้นทางบริเวณเเยกไฟแดงทับปุด โดยไม่มีเจ้าของรถยืนอยู่ พร้อมถามถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ย.58 เวลาประมาณ 13.00 น. ทำให้มีผู้แชร์ภาพดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พร้อมต่อว่า ว่าที่ดังกล่าวไม่เหมาะกับการจอด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุ พร้อมวิจารณ์ว่าไม่เคารพกฎระเบียบสังคม เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี

หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งอ้างว่าหนึ่งในผู้ที่ขับขี่กลุ่มจักรยานยนต์ดังกล่าวได้เข้ามาชี้เเจงและขอโทษโดยระบุว่า...


"เรื่องนี้ ต้องขอโทษด้วยครับผม ขอโทษคนพื้นที่ ณ สถานที่นั้นด้วยครับ ผมเป็นคนนำทางเอง ซึ่งมาถึงจุดนั้น ไม่แน่ใจหลงทาง เลยจอดกะทันหัน น้องๆที่ตามมา จึงหยุดด้านหลังตามติดครับ ผมจอดลงไปแล้ว ไปถามร้านค้าข้าง และรอพวกที่เหลือ ซึ่งเวลาไม่นานนัก ยังพูดคุยกับพี่ชาวบ้านแถวนั้น ยังต้อนรับผมด้วยดี ผมไม่ได้อ่านคอมเม้นทั้งหมดนะครับ แต่พอทราบว่าคงโดนต่อว่า ขอโทษแทนน้องๆทุกคันครับ และขอบคุณผู้ส่งรูปถ่าย ที่ช่วยกันส่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีครับ ขอบคุณครับ" (ผมกลุ่มมาจากกรุงเทพครับที่ทำผิดครับ)

Source:  http://cliphotkhaohit.com/news-details.php?item=7779

ปลื้มปิติทั่วประเทศ!!! ย้อนอดีตภาพที่องค์พระเทพ เรียกตัวบัณฑิตที่ทำใบปริญญาตกพื้นมารับใหม่ พร้อมพูดว่า "มารับใหม่นะลูก" !!!

21 พ.ย.58 10:09 น.


พิธีพระราชทานปริญญาบัตรวันอังคารที่ 23 กันยายน 2557 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ สมเด็จพระเทพฯ ทรงยื่นใบปริญญาบัตรแก่บัณฑิต 3 คนสุดท้าย ใบปริญญาบัตรที่จะทรงมอบนั้นตกลงพื้น บัณฑิตก้มลงเก็บใบปริญญาบัตรที่ตกลงบนพื้น แล้วเดินถวายความเคารพออกไป แต่สมเด็จพระเทพฯ ทรงเรียกและกวักพระหัตถ์ เรียกบัณฑิตให้กลับมา องค์รักษวิ่งไปเรียกบัณฑิตให้กลับมาก่อนลง­จากเวที บัณฑิตนำปริญญายื่นให้พระเทพ ฯ พระองค์มอบใบปริญญาบัตรอีกครั้งให้กับบัณฑ­ิต พร้อมกับยิ้มให้ วินาทีนั้นหลายๆ คนน้ำตาไหลออกมา เป็นพระกรุณาอันสูงสุด แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยทักษิณ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


           ย้อนข่าวดังที่ทำให้คนในประเทศปลาบปลื้มใจกันไปทั่ว เมื่อหลังจากชาวสังคมออนไลน์ต่างแชร์คลิปที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี กวักพระหัตถ์เรียกบัณฑิตในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.ทักษิณ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2557 ให้มารับพระราชทานปริญญาบัตรอีกครั้ง หลังจากปริญญาบัตรร่วงตกพื้น สร้างความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้นั้น

             ล่าสุดวันที่ 25 กันยายน 2557 เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานว่าพบตัวบัณฑิตที่ปรากฏในคลิปวิดีโอแล้ว ทราบชื่อคือ นายอภิสิทธิ์ จันทรัตน์ หรืออูฐ อายุ 35 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น ซึ่งได้รับทุนจาก อบต.ท่าหิน ในการศึกษาระดับปริญญาตรี ขณะนี้ดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต. ท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา


พิธีพระราชทานปริญญาบัตรวันอังคารที่ 23 กันยายน 2557 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ สมเด็จพระเทพฯ ทรงยื่นใบปริญญาบัตรแก่บัณฑิต 3 คนสุดท้าย ใบปริญญาบัตรที่จะทรงมอบนั้นตกลงพื้น บัณฑิตก้มลงเก็บใบปริญญาบัตรที่ตกลงบนพื้น แล้วเดินถวายความเคารพออกไป แต่สมเด็จพระเทพฯ ทรงเรียกและกวักพระหัตถ์ เรียกบัณฑิตให้กลับมา องค์รักษวิ่งไปเรียกบัณฑิตให้กลับมาก่อนลง­จากเวที บัณฑิตนำปริญญายื่นให้พระเทพ ฯ พระองค์มอบใบปริญญาบัตรอีกครั้งให้กับบัณฑ­ิต พร้อมกับยิ้มให้ วินาทีนั้นหลายๆ คนน้ำตาไหลออกมา เป็นพระกรุณาอันสูงสุด แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยทักษิณ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


หลังจากชาวสังคมออนไลน์ต่างแชร์คลิปที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี กวักพระหัตถ์เรียกบัณฑิตในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.ทักษิณ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2557 ให้มารับพระราชทานปริญญาบัตรอีกครั้ง หลังจากปริญญาบัตรร่วงตกพื้น สร้างความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้นั้น

         ล่าสุดวันที่ 25 กันยายน 2557 เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานว่าพบตัวบัณฑิตที่ปรากฏในคลิปวิดีโอแล้ว ทราบชื่อคือ นายอภิสิทธิ์ จันทรัตน์ หรืออูฐ อายุ 35 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น ซึ่งได้รับทุนจาก อบต.ท่าหิน ในการศึกษาระดับปริญญาตรี ขณะนี้ดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต. ท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

Source: http://www.cliphotkhaohit.com/news-details.php?item=7763