Showing posts with label การเมือง. Show all posts
Showing posts with label การเมือง. Show all posts

‘ปู’ ซัด คสช.อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัว วัดความสามารถการเมือง

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2558



“ยิ่งลักษณ์” ทวีตเย้ย คสช. อย่าเอาความรู้สึกของตัวเอง มาวัดความสามารถทางการเมือง

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.58 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า การเมืองคือการจัดสรรทรัพยากร ที่มีอยู่อันจำกัดของประเทศ เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ เป็นการวัดความสามารถของรัฐบาล ผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกหรือความตั้งใจของตัวเองเป็นตัววัด

Source: MThai News

"บิ๊กแป๊ะ" ฟันธง "ด.ต." ยิง "ผกก." แค้นโดนสอบข่มขืนผู้ต้องหาสาวลาว

15 ธ.ค. 58 21:56 น.



ความคืบหน้าเหตุ ด.ต.ชินกฤต หรือ อุทิศ สิบเวรควบคุมผู้ต้องขัง สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.สมชาย ผกก.สภ.ปลวกแดง เสียชีวิตภายในห้องทำงาน และยิง ร.ต.ท.บัญญัติ รอง สวป. ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจาก พ.ต.อ.สมชาย เรียก ด.ต.ชินกฤต พูดคุยในห้องทำงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยิงต่อสู้กับ ด.ต.ชินกฤต เป็นเหตุให้ ด.ต.ชินกฤต ถูกวิสามัญเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยคาดว่าสาเหตุการก่อเหตุอุกอาจมาจากเรื่องงาน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า มอบหมายให้ พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปดำเนินการ เพราะหากเป็นจริงดังข่าวที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ใช้ไม่ได้

จากรายงานของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง(บก.ภ.จว.ระยอง)ที่ได้รับขณะนี้ พบว่าสาเหตุมาจากการที่ ด.ต.ชิณกฤต ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานข่มขืนหญิงสาวชาวลาว ในขณะเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่สิบเวร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ผู้บังคับบัญชาจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวน และอาจถูกดำเนินคดีอาญาด้วย จึงเกิดความเครียดและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เท่าที่ทราบไม่มีความโกรธแค้นเป็นการส่วนตัว กับ พ.ต.อ.สมชาย ผู้เสียชีวิตมาก่อน

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม อาจมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือไม่อย่างไร จึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำพฤติกรรมเช่นนี้กับผู้ต้องหาได้ โดยจะตรวจสอบไล่ไปตามลำดับชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวอีก

ยืนยันว่าผู้บังคับบัญชามีความเข้มงวด และใส่ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับ เชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่กระทบต่อภาพรวมของเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ในพื้นที่แต่อย่างใด ที่ผ่านมาตนและผู้บังคับบัญชาทุกท่านลงพื้นที่ไปให้กำลังใจ สอบถามปัญหาต่าง ๆ มาโดยตลอด


Source: Sanook! News

ประชาธิปัตย์ ร้อง นายกฯ กางมาตรา 44 สั่งห้ามองค์กรอิสระจัดอบรมต่างประเทศ

13 ธ.ค. 58 15:44:01


วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ปูดองค์กรอิสระผลาญงบหลวง ด้วยการจัดอบรมที่ต่างประเทศ ร้องนายกฯ ใช้มาตรา 44 สั่งห้าม หนุนตั้งคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลเหมือนข้าราชการ

          วันที่ 13 ธันวาคม 2558 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปองค์กรอิสระ โดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปองค์กรอิสระ และในเรื่องของการบริหารงานบุคคลนั้นเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลองค์กรอิสระ เหมือนเช่นเดียวกับหน่วยงานราชการ โดยไม่ให้แต่ละองค์กรไปบริหารจัดการกันเอง เนื่องจากที่ผ่านมามีการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาพร้อมทั้งกำหนดเงินเดือนขึ้นมาเอง รวมถึงยังได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 แห่ง รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ในการสั่งห้ามให้องค์กรอิสระจัดการอบรมหลักสูตรพิเศษต่าง ๆ เนื่องจากมองว่า ผู้ที่เข้าอบรบส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจ และข้าราชการระดับสูงที่ใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว จึงทำให้ไม่ได้มีการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อประเทศชาติ และเงินงบประมาณที่นำมาใช้นั้นเป็นเงินภาษีของประชาชน รวมถึงการจัดอบรมในแต่ละครั้งมีการไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ซึ่งบางครั้งไปดูงานในประเทศที่ไม่ได้มีองค์กรอิสระ และเมื่อพิจารณาโปรแกรมการศึกษาดูงาน จะเป็นการไปศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้นมากกว่า


Source: kapook

วัชระ วอน นายกฯ ทบทวนคำสั่ง คสช. ห้ามประชุมพรรคการเมือง

13 ธ.ค. 58 14:06:54


วัชระ เพชรทอง เผย อภิสิทธิ์ หนุน แยกอำนาจสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกกรณี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ถูกแทรกแซง วอน ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทบทวนคำสั่ง คสช. ห้ามประชุมพรรคการเมือง

          วันที่ 13 ธันวาคม 2558 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการแยกอำนาจการสอบสวน ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการตั้งศาลเตี้ยขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า มีการเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ กรณี พลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา

          นอกจากนี้ นายวัชระ ยังกล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ทบทวนประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ว่า หากนายกรัฐมนตรีมีจิตใจที่จะฟื้นฟูระบบประชาธิปไตยจริง ควรจะพิจารณาทบทวนประกาศฉบับที่ 57/2557 เพราะหากไม่ทบทวน แสดงว่านายกรัฐมนตรีสนับสนุนการบริหารงานของผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีผ่อนคลายให้พรรคการเมืองทุกพรรคได้จัดกิจกรรมทางการเมือง และจัดประชุมพรรคการเมืองได้


Source: kapook

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี นามใหม่ "พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์"

13 ธ.ค. 57 12:17 น.


หลังจากที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เผยแพร่ประกาศเล่ม 131 ตอนที่ 29 ตามความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากเนื่องจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ศรีรัศมิ์ ได้กลับมาใช้ชื่อ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี และจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิด 

ประวัติ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์  สุวะดี 

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ที่จังหวัดสมุทรสงคราม มีชื่อเล่นว่า อี๊ด เป็นธิดาของนายอภิรุจ สุวะดี และนางวันทนีย์ สุวะดี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 5 คน เข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย (อนุกูลราษฎร์) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2545 และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) ภาคพิเศษ สาขาวิชาการพัฒนาการครอบครัวและเด็ก คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


Source: Sanook! News

ผบ.ตร. อัด "ปวีณ" โจมตีทหาร-ตำรวจ หวังอะไร เงิบ! ไม่เคยเจอสีกากีขอลี้ภัย จ่อฟ้องกลับ

11 ธ.ค. 58 22.11 น.



ผบ.ตร. อัด พล.ต.ต.ปวีณ ไม่เป็นลูกผู้ชาย หลังให้ข่าวโจมตีตำรวจ และทหาร เชื่อพูดไม่หมด หวังอะไรหรือไม่ บอกเกิดมาไม่เคยเห็นตำรวจขอลี้ภัย จ่อฟ้องกลับ

(11 ธ.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี พล.ต.ต. ปวีณ พงษ์ศิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อดีตหัวหน้าคณะทำงานคดีโรฮิงยา ขอลี้ภัยหลังได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามจากทหารตำรวจผู้มีอิทธิพลจากการทำคดี ที่ประเทศออสเตรเลีย ว่า ส่วนตัวไม่ทราบเจตนาของ พล.ต.ต.ปวีณ ว่าทำไปเพราะเหตุใด

การพูดลักษณะดังกล่าวต้องการทำร้ายประเทศหรือไม่ และไม่ทราบว่าจะมีเรื่องของการเมืองมาเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยยืนยันมาตลอดว่าตัวเองได้แก้ไขปัญหาให้ พล.ต.ต.ปวีณ มาโดยตลอด แต่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไม่รับ พล.ต.ต.ปวีณ จึงต้องแก้ปัญหาโดยส่งลงใต้ เพราะที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปวีณ เคยแสดงความประสงค์อยากไป และมองว่าเป็นความต่อเนื่องในการทำคดี

ส่วนกรณีที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะบอกว่าถูกแทรกแซง หรือถูกคุมคามขอให้ระบุชื่อบุคคลมา จะได้ดำเนินการ ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตว่าพล.ต.ต.ปวีณ อาจจะผิดหวังหรือหวังกับตำแหน่งหรือไม่ และเชื่อว่าพล.ต.ต.ปวีณ พูดไม่หมด

ส่วนตัวมองว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย และจะไม่ขอแนะนำอะไรกับพล.ต.ต.ปวีณ ทั้งนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นใครมีปัญหา มีอยู่คนเดียว พร้อมกันนี้ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาเคยเห็นแต่นักการเมืองขอลี้ภัย ไม่เคยเห็นตำรวจขอลี้ภัย

อย่างไรก็ตามหากการกระทำของพล.ต.ต.ปวีณ เข้าข่ายหมิ่นประมาทจะให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท


Source: Sanook! News

ชุลมุน! ตำรวจเข้าควบคุมการแถลงข่าวของแกนนำ นศ.ปม "ราชภักดิ์"

8 ธ.ค. 58 14:55 น.


จากกรณีที่ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นศ.คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา มีกำหนดจะจัดแถลงข่าว ถึงเหตุการณ์กรณีถูกทหารควบคุมตัวระหว่างเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี รวมถึงจะมีการแถลงกิจกรรมหลังจากนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปด้วย บริเวณลานประติมากรรม หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในเวลาประมาณ 14.00น.

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ได้เข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อต่อรองให้แกนนำนักศึกษายุติการแถลงข่าว โดยเมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ขอเชิญตัวน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แยกออกไปพูดคุย โดยกันสื่อมวลชนห้ามเดินเข้าไปเก็บภาพ

ขณะที่เมื่อเวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปพูดคุยเพื่อเจรจาให้ยุติการแถลงข่าว ก่อนต่อรองอนุญาตให้สื่อมวลชนยืนสัมภาษณ์ได้ ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มผู้สนับสนุน

ด้านนายสิรวิชญ์ ให้สัมภาษณ์ว่าภายในปีใหม่นี้ยังตั้งใจจะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์โดยรถไฟให้ได้ พร้อมกล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมตัวเมื่อวาน ทั้งนี้ ส่วนตัวต้องการไปเห็นอุทยานฯดังกล่าวด้วยตนเอง หลังจากที่ตนพยายามยื่นเอกสารไปยังกองปราบแล้วแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า


Source: Sanook! News

ด่วน!!ศาลฎีกาฯนักการเมืองไม่อนุญาต"ยิ่งลักษณ์"ออกนอกประเทศร่วมรัฐสภายุโรป

02 ธ.ค.58 16:51 น.

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จากกรณีรัฐสภายุโรปส่งหนังสือเชิญถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม หรือเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส ตามแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะสะดวก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม แหล่งข่าวศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นคำร้อง พร้อมหลักฐานเป็นหนังสือเชิญจากรัฐสภายุโรป ต่อศาลฎีกาฯนักการเมือง

เพื่อขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศตามหนังสือที่ได้รับเชิญ ต่อมาองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วเห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุอันควร ไม่อนุญาตตามคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 มกราคม 2559 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนพยานโจทก์ครั้งแรกในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด(ในขณะยื่นฟ้อง) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลย

ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ส่งผลให้รัฐได้รับความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท


Source: sanook

กต. แจง อียูเชิญ “ยิ่งลักษณ์“ ในนามส่วนตัวของสมาชิกรัฐสภายุโรป

26 พ.ย. 58 09.25 น.


เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่รัฐสภายุโรปได้ส่งหนังสือเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ไปแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทยที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หรือเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศสว่า

สถานทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และผู้แทนสหภาพยุโรป(อียู)ในไทยได้ตรวจสอบหนังสือเชิญดังกล่าวแล้วว่าเป็นของจริง ซึ่งเชิญโดยนายเอลมา บร็อก กับนายแวร์เนอร์ แลงเกิน ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภายุโรป แต่เป็นการเชิญในนามส่วนตัว เพราะหนังสือเชิญระบุเพียงชื่อและลายเซ็นผู้เชิญเท่านั้น ไม่ได้ลงรายละเอียดตำแหน่งกำกับท้ายชื่อผู้เชิญ ดังนั้นจึงไม่ใช่การเชิญในนามสหภาพยุโรป ฝ่ายการเมืองหรือคณะกรรมาธิการสภายุโรปแต่อย่างใด

นายเสข กล่าวว่า สมาชิกสภายุโรปสามารถเชิญบุคคลมาหารือได้ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ขณะที่สนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของก่อตั้งสหภาพยุโรปไม่ได้ให้อำนาจรัฐสภายุโรป ในการกำหนดนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปหรือกำหนดมาตรการใดๆ ดังนั้นการดำเนินการของรัฐสภายุโรปซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัตินั้นเป็นอิสระแยกออกจากฝ่ายการเมือง

นายเสข กล่าวอีกว่า ฝ่ายไทยโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเบลเยียม ซึ่งเป็นคณะผู้แทนไทยประจำอียู ก็ยังคงจะชี้แจงประเด็นที่รัฐสภายุโรปแสดงความห่วงกังวลผ่านทุกช่องทางอย่างต่อเนื่องต่อไป

Source: Sanook.com

ผบ.ตร.ยัน! มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเตรียมก่อเหตุใน กทม. จริง

26 พ.ย. 58 09.09 น.



ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเตรียมเข้ามาก่อเหตุใน กทม. จริง โดยถูกควบคุมได้ที่ จ.ขอนแก่น มีเป้าหมายป่วนงานปั่นจักรยาน และประทุษร้ายบุคคลสำคัญภายในรัฐบาล

วันที่ 26 พ.ย. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงการจับกุมอดีต ตชด.กับพลเรือน ที่ จ.ขอนแก่น ว่าขณะนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องขยายผลแล้ว พบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเตรียมก่อเหตุความวุ่นวายในงานกิจกรรมสำคัญต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีพยานหลักฐานชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลที่ควบคุมตัวไว้ได้มีจุดมุ่งหมายก่อความไม่สงบ หรือวินาศกรรมด้วยระเบิดในพื้นที่ กทม. รวมทั้งบุคคลสำคัญในรัฐบาล ส่วนจะเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ยังไม่ได้ให้น้ำหนักประเด็นใดเป็นพิเศษ แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาตำรวจบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิดจนได้หลักฐานต่างๆ ทางแอปพลิเคชันไลน์มีการนัดวางแผนก่อวินาศกรรมซึ่งในวันที่ 26 พ.ย.

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ได้เข้าพบตนเพื่อหารือและนำข้อมูลคดีนี้มาร่วมกันดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และคาดว่าจะเริ่มทำสำนวนได้เร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานล่าสุด ศาลทหารได้อนุมัติหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้ว 3 คน ประกอบด้วย จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อดีตตำรวจ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน, นายพิษณุ พรหมสร และ นายณัฐพล ณวรรณ์เล ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไว้แล้ว ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้จะนำตัวมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลดำเนินคดี และอาจจะมีการแถลงข่าวใหญ่ต่อสื่อมวลชนด้วย

ทั้งนี้ สำหรับข้อความไลน์ของกลุ่มผู้เตรียมก่อเหตุส่งถึงกันนั้น ระบุว่าให้ติดตามวันซ้อมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ จะมีการลอบทำร้ายบุคคลสำคัญของประเทศ แต่ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร ซึ่งจากการตรวจสอบผู้โพสต์เป็นผู้ต้องหากลุ่มขอนแก่นโมเดล ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา


Source: Sanook.com

เจ้าหน้าที่อียูยืนยันจดหมายเชิญ ‘ยิ่งลักษณ์‘ เป็นของจริง

25 พ.ย. 58 09.14 น.



เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยกิจการรัฐสภาของส.ส.สภายุโรป ยืนยันว่า จดหมายเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ไปพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นของจริง

(25 พ.ย.) นายสเตฟาน ชมิดซ์ (Stefan Schmitz) เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยกิจการรัฐสภาของ นายแวร์นาร์ แลเนิน (Werner Langan) ส.ส.สภายุโรป เปิดเผยกับบีบีซีไทยโดยยืนยันว่า จดหมายเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ไปพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น เป็นจดหมายที่ออกโดยนายแลเนิน และ ส.ส.เอลมาร์ โบรค (Elmer Brok) จริง พร้อมกันนั้นนายชมิดซ์ยังได้ส่งสำเนาจดหมายมายังทีมงานอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการยืนยัน

นายชมิดซ์บอกว่า หากมีการพบปะกัน นายแลเนิน และนายโบรคมีแผนจะให้ข่าวร่วมกันนายชมิดซ์ตอบคำถามของบีบีซีไทยแทน ส.ส. แลเนิน หลังจากที่ได้รับอีเมลสอบถามจากบีบีซีไทยว่าจดหมายเชิญที่ส่งไปให้อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น เป็นจดหมายที่ออกโดยบุคคลทั้งสองจริงหรือไม่ แต่เขาระบุว่า ขณะนี้ ส.ส.ทั้งสองคนยังจะไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ

นายแลเนินมีตำแหน่งเป็นประธานคณะวิเทศสัมพันธ์ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน ส่วนนายโบรค เป็นประธานของคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภายุโรป

จดหมายเชิญของประธานคณะวิเทศสัมพันธ์ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียนและประธานกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภายุโรป ส่งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงวันที่ 7 ต.ค. 2558 หัวกระดาษเป็นของสภายุโรป ลงชื่อโดยบุคคลทั้งสอง

เนื้อหาส่วนหนึ่งของจดหมายกล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีรัฐประหารเป็นต้นมา สถานการณ์ในไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง ประเทศไทยยังคงไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและคาดหมายกันว่าจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงกลางปี 2560 ระยะเวลาที่สถานการณ์ไม่แน่นอนจึงดำเนินต่อไป ขณะที่สภาปฏิรูปก็ได้ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากการยกร่างของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย คสช. เท่ากับว่าต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่

จดหมายบอกว่า ช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในอันที่จะมีการถกเถียงกันอย่างเปิดกว้างสำหรับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญของไทย อีกด้านหนึ่งจดหมายบอกว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกปลดจากตำแหน่ง และถูกดำเนินคดีก็เป็นประเด็นที่น่าห่วงด้วยเช่นกัน

จดหมายกล่าวอีกว่า สหภาพยุโรปยืนหยัดในเรื่องประชาธิปไตยและสนับสนุนคุณค่าที่เป็นประชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้จึงขอเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องของสถานการณ์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงบรัสเซลส์หรือเมืองสตราสบูร์ก และในเวลาที่อดีตนายกรัฐมนตรีสะดวก

จดหมายดังกล่าวทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ กันไป ผู้ใช้โซเชียลมีเดียส่วนหนึ่งเชื่อว่าไม่ใช่ของจริง พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าจดหมายมีลักษณะไม่เป็นทางการ เนื่องจากมีการจั่วหัวจดหมายเรียกอดีตนายกรัฐมนตรีว่า คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และในการลงชื่อท้ายจดหมายก็ไม่ปรากฏว่ามีการให้รายละเอียดตำแหน่งผู้ลงชื่อทั้งสองแต่อย่างใด

นอกจากนั้นก็มีการวิเคราะห์กันว่า ถึงจดหมายนี้จะเป็นของจริงแต่ก็ต้องเป็นผลมาจากการวิ่งเต้นอย่างหนัก รวมทั้งว่า จดหมายนี้น่าจะออกในนามส่วนตัวไม่ใช่ในนามของเจ้าหน้าที่แห่งสภายุโรป นอกจากนั้นมีผู้เสนอให้ตรวจสอบจดหมาย บางฝ่ายเสนอไม่ให้อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศเพราะเกรงจะหลบหนี

Source:  http://news.sanook.com/1904982/

'บิ๊กตู่' ลั่นไม่บ้าบอคอแตก ปมที่มานายกฯ ขอเป็นคนดีก็พอ

18 พ.ย.58  01:02


"บิ๊กตู่" ลั่นไม่บ้าบอคอแตกกับที่มานายกฯ เหน็บพรรคการเมือง กล้าเสนอคนนอกพรรคตัวเองหรือไม่ วอนปชช.อย่าให้นักการเมืองกล่อมจนเป๋...

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การหารือกับประเทศที่จะมีโอกาสหารือกันในการประชุมเอเปคนั้น ตนจะไม่พูดถึงผลประโยชน์ของไทยอย่างเดียวจะต้องพูดถึงความเข้มแข็งของอาเซียนด้วย ถ้าเราเข้มแข็งได้ก็จะไม่เจอปัญหาต่อไปในอนาคต ถ้าเรารวมกันไม่ได้ก็จะเป็นปัญหาอยู่อย่างนี้ต่างคนต่างไม่ไว้วางใจ ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผลประโยชน์ไม่ทัดเทียมก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ ยิ่งถ้าประชาชนไม่เข้าใจกันเข้าไปอีก ความขัดแย้งในประเทศก็จะเกิดขึ้น ถ้าความมั่นคงไม่เกิดขึ้น อาเซียนจะเป็นปึกแผ่นได้อย่างไร ฉะนั้นต้องช่วยกัน

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องความเป็นประชาธิปไตย เราก็สนับสนุนทุกประเทศอยู่แล้ว เรื่องการเป็นประชาธิปไตย ตนไม่เคยขัดแย้ง ไม่เคยรังเกียจนักการเมืองที่ดีๆ เพราะตนได้โตมากับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งตนก็อยากถามว่า แล้วท่านจะร่วมมือกับตนได้แค่ไหนในการที่จะสร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ถ้าเราพูดกันเรื่องเดิมๆ กับคนเดิมๆ มันก็จะได้แบบเดิมๆ ออกมา มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และก็จะกลับไปสู่วงจรเดิม ฉะนั้นวันนี้นอกจากท่านจะกดดันให้ตนทำนั่นทำนี่แล้ว ท่านก็ต้องไปกดดันคนที่จะมาสู่กระบวนการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปด้วยว่า เขาจะทำอะไร

"ให้เขาพูดแบบที่ผมพูด ผมคิดว่านั่นคือสิ่งจำเป็นในนโยบายการหาเสียงมากกว่าที่จะเอาเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาเป็นประเด็นเป็นพ้อยท์ แล้วต้องทำตามนั้น ผมว่ามันไม่ใช่ นโยบายมันต้องมีหลัก รอง เสริม ถามเขาซิจะทำอะไร แล้วปัญหาหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ที่ผมเจอเป็นร้อยๆ ปัญหา เขาจะแก้อย่างไร ถามเขาดูซิ ถ้าไปพูดกันเรื่องที่มานายกฯ มันก็ได้แค่นี้ มันจะมายังไงก็ช่างมันเถอะ ให้เป็นคนดีแล้วกัน ถ้ามาได้จากการเป็น ส.ส.ก็ดีอยู่แล้ว แล้วใครเป็นคนเสนอ ก็พรรคการเมืองทั้งนั้น ผมไม่ได้ไปบ้าบอคอแตก กับตรงนี้อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไปว่ากันมา ฉะนั้นอย่าไปให้เขามาบิดเบือน จนท่านเป๋ไปเป๋มา ประชาชนสังคมก็เกิดความไม่แน่ใจขึ้นมาว่า เอ๊ะ ผมอยากจะอยู่ต่อหรือเปล่า มันไม่ใช่คนละเรื่อง กฎหมายคือกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เขียนว่าอย่างไร ผมเป็นนักการเมืองหรือเปล่า เป็นพรรคการเมืองหรือไม่ หรือเขาจะมาเสนอผมได้ไหม ก็ไม่ใช่ เสนอผม ผมก็ไม่ไป แค่นั้นเอง เพราะผมไปไม่ได้ จะไปได้ด้วยอะไร เขาบอกพรรคการเมืองต้องเสนอไม่ใช่หรือ ใช่ไหม แล้วจะมีพรรคการเมืองไหนเสนอคนอื่น ที่ไม่ใช่คนของตัวเอง มันก็ไม่มีอยู่แล้ว" นายกฯ กล่าว

Source: http://www.thairath.co.th/content/540070

นายกฯ สั่งจัดระเบียบแพเธค หากผิด ก.ม. ต้องรื้อ!

17 พ.ย. 58 18:47


"นายกฯ" เผย เตรียมจัดระเบียบ แพเธค เมืองกาญจน์ หากผิดกฎหมาย ก็ต้องรื้อ เผย ครม.ตีกรอบงบประมาณ ปี 60 วางแผนสร้างที่อยู่อาศัย ระยะยาวทุกภาคส่วน ...

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีการแก้ปัญหาแพเธค ที่ จ.กาญจนบุรี ว่า มันเป็นปัญหามานานแล้ว กำลังให้ฝ่ายปกครองไปดูว่า ผิดกฎหมายข้อใดบ้าง ก็ต้องรื้อทั้งหมด โครมครามไปทั้งแม่น้ำแควนั่นแหละ ตนเคยไปก็เห็นว่าแพเต็มไปหมดเลย มีการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูล แต่คนก็ชอบ

"ยิ่งไปห้ามผมก็โดนคนเที่ยวด่าอีก ทุกคนคิดถึงแต่ความสุขอย่างเดียว ไม่คิดถึงความมั่นคงหรือสิ่งที่จะตามมา ถ้าไม่คิดแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมดนั่นแหละ ต้องจัดระเบียบซักหน่อยให้มันพอเพียง เครื่องเสียงก็ขอให้เล็กลงได้หรือไม่ ถ้าไปรื้อทั้งหมด ไอ้พวกนั้นก็มาร้องเรียนอีก แหมแพเธค เขาต้องเรียกว่าแพดิสโก้" นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวติดตลกว่า แหมใช้คำว่าแพเธค ตนฟังไม่รู้เรื่อง เขาเรียกว่า แพดิสโก้ ตนก็นึกว่าแฟร์เท็กซ์ บางนา อะไรซักอย่าง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตีกรอบการทำงานให้มีความชัดเจนขึ้น ว่าอะไรจะต้องทำให้จบสิ้นภายในปี 2560 บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องของงบประมาณ แผนการดำเนินการทั้งหมด โดยได้วางแผนไว้ระยะยาว เช่นการสร้างที่อยู่อาศัย โดยที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบร่วมกันคือ ความต้องการที่อยู่อาศัย ที่มีเป็นล้านยูนิต ซึ่งทำไม่ไหว แต่เราต้องมีแผนระยะยาวไว้ จากนั้นมาดูว่าเราสามารถทำอะไรได้ในปี 2560 เช่น ริมคลองที่มีความแออัด หรือที่อยู่ของข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร เหล่านี้ต้องดูแลทุกภาคส่วน ซึ่งมีปัญหาหลายเอย่างด้วยกันเพราะ บางอย่างรัฐต้องลงทุน เช่น แฟลตดินแดง ต้องให้เช่า และดูความต้องการของเขา 

ขณะเดียวกัน ทางผู้เช่าต้องดูด้วยว่าค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนยืนยันราคาเดิม แต่ต้องการสิ่งดีๆ ทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องช่วยหาทางสมดุลกันให้ได้ ตนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าว ต้องไปหาที่อยู่สร้างอพาร์ตเมนต์ สร้างตึกให้เช่า ซื้อ ซึ่งเราจะนำเอาทั้งมาทำเป็นกลุ่มงาน และได้ทำแผนไว้แล้ว ว่ามีตรงไหนบ้าง หน่วยทหารหรือหน่วยข้าราชการ พลเรือนจะพักที่ไหน มีแผนหมดแล้วแต่ยังทำไม่ทัน ฉะนั้นเราจะเริ่มเป็นจุดๆ เหมือนกับสตาร์ตอัพ ทำอยู่ในแผนและส่งปฏิรูปไปดำเนินการ เพราะต้องใช้งบประมาณสูง

"ประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่งคือ ทุกวันนี้ทุกกระทรวงตั้งใจ ทำแผนงานระยะยาวออกมาทั้งหมด ผมก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ให้ตีกรอบระยะที่ 1 เพียงปี 2560 เท่านั้น งบประมาณจะได้ไม่มีปัญหามากนัก ที่เหลือส่งให้รัฐบาลหน้า ส่ง สปท.ไปผลักดัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องไปคาดหวังนะว่ารัฐบาลใหม่จะทำได้หรือเปล่า จะคิดแบบที่ผมคิดหรือไม่ แบบที่พูดไปทั้งหมดนี้ หรือใครคิดว่าผมคิดผิดบ้างก็ไม่รู้ ไม่น่าผิดนะ ถ้าเราเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง เอาความปัญหา ความเดือดร้อน ยากจนเขาเป็นที่ตั้ง มันจะคิดแบบนี้ แต่ถ้าคิดอย่างอื่นจะคิดแบบนี้ไม่ได้ มันเป็นเรื่องของเศรษฐกิจแล้ว ต้นทุน กำไร มันคิดอย่างนั้นไม่ได้ มันต้องสร้างความเข้มแข็งก่อน" นายกฯ กล่าว.

Source: http://www.thairath.co.th/content/540081

สอบปมหัวคิว“ราชภักดิ์“ บิ๊กหมูสั่ง รู้ใน 7 วัน ปลด“คชาชาต“ พบใครผิด-แจ้งจับฟันอาญา

13 พ.ย. 58 09.51 น.


ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงการทุจริตโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ข้อมูลที่นำเสนอในช่วงที่ผ่านมาหลายๆ ข้อมูลอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ที่สมบูรณ์อย่างเป็นทางการจากผู้ปฏิบัติและผู้ที่มีหน้าที่โดยตรง จนทำให้หลายๆ ข้อมูลนั้นอาจคลาดเคลื่อนได้ และอาจมีผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรได้

ทั้งนี้ เมื่อมีข้อกังวลสงสัยขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้งบประมาณของแผ่นดินก็ตาม แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ทบ.จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ เพื่อตรวจสอบการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ในทุกด้านอย่างเร่งด่วนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บังคับบัญชายังได้ขีดกรอบการทำงานไว้คือ จะพยายามทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ขอให้เชื่อมั่นว่าการดำเนินการจะอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่มีการบิดเบือน หากพบว่ามีกำลังพลไปดำเนินการใดๆ ที่ดูไม่เหมาะสม ทางกองทัพบกจะดำเนินการไปตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

สำหรับ พ.อ.คชาชาต หลังจากมีการแจ้งข้อหามานั้น ทางต้นสังกัดได้เสนอให้ปลดออกจากราชการ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาและหลบหนี จึงมีคำสั่งกระทรวงกลาโหมให้ปลดออกจากราชการแล้ว

รายงานข่าวเปิดเผยว่า หากคณะกรรมการตรวจพบว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ทำให้กองทัพบกเกิดความเสียหาย ก็พร้อมที่จะแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีต่อไป

Source: http://news.sanook.com/1898530/

ผบ.ตร.ยืนยัน ‘ประวุฒิ‘ ยืนลาออกจากราชการตำรวจแล้ว

4 พ.ย. 58 10.44 น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.25 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษาสบ.10 อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว ให้เหตุผลเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับใคร หรือคดีอะไร โดยได้ยื่นใบลาออกผ่านสำนักทะเบียนพล ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา

ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นให้ครม.พิจารณา เพื่อนำความทูลเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ มีเจตนาต้องการลาออกจากราชการ หรือ เออลี่รีไทร์มาก่อนหน้านี้ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้อง หรือเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ต้องพิจารณาว่าเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว และพ้นไปเมื่อ พล.ต.อ.ประวุฒิ ลาออกหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งเปลี่ยนแปลง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จาก พล.ต.อ.ประวุฒิ เป็น พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษาสบ.10 แทน ขณะที่ พล.ต.อ.ประวุฒิ ได้ลาพักร้อนเดินทางไปประเทศอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.-1 พ.ย.ที่ผ่านมา

Source: http://news.sanook.com/1893482/

นายกฯแถลงจัดBike For Dad11ธ.ค.พระบรมฯทรงนำขบวน

21 ต.ค. 58 16.36 น.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นายกรัฐมนตรี แถลงจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ 'Bike for Dad ปั่นเพื่อพ่อ' ในปีมหามงคล 88 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯปั่นนำขบวน ระยะทาง 29 กิโลเมตร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แถลงข่าวการจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558  Bike for Dad ปั่นเพื่อพ่อ โดยมี รองนายกรัฐมนตรี บรรดารัฐมนตรี และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนศิลปินดารา เข้าร่วมด้วย


โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 รัฐบาลร่วมกับประชาชนชาวไทยพร้อมใจสนองพระราชปณิธานของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อีกครั้ง กับกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ Bike for Dad ปั่นเพื่อพ่อ ในวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558 เวลา 15.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศ ในระยะทาง 29 กิโลเมตร โดยการปั่นจักรยานในครั้งนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ปั่นจักรยานนำขบวน และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีโขนกลางแปลงพระราชทาน ให้ประชาชนได้ชมระหว่างวันที่ 11 - 13 ธันวาคม 2558

source:http://news.sanook.com/1886338/